ความรักใต้หลังคา
เอมิล โซลา


บรรดาคนช่างฉุนเฉียว พวกที่แก่ชราลงและขึ้งโกรธวัยเยาว์ของพวกเราประกาศว่า ดอกกุหลาบในยุคสมัยพวกเขาเหี่ยวเฉาลงแล้วและที่พวกเรามีอยู่นั้นเป็นแค่หนามแหลม พวกเขาจะทำเป็นบอกคนรุ่นหนุ่มสาวด้วยความยินดีอันน่าชังว่า “สาวภูษากรกำลังตายลง หญิงสาวเหล่านั้นสิ้นใจไปแล้ว”
    และผมเองขอยืนยันว่าพวกเขาโกหก ขอยืนกรานว่าความรักและอาชีพดังกล่าวนั้นไม่มีวันตาย  บรรดานกที่เริงร่าอยู่ตามใต้หลังคาไม่อาจถลาบินลับไปได้
    ผมรู้จักนกเหล่านั้นอยู่ตัวหนึ่ง
    มาร์ธอายุยี่สิบปี อยู่มาวันหนึ่ง ชีวิตเธอก็เหลือลำพังเพียงตัวเธอคนเดียว เธอเป็นลูกหลานของเมืองใหญ่ที่มอบทางเลือกสองทางให้ธิดาของตนคือปลอกนิ้วเย็บผ้ากับเครื่องถนิมพิมพลอย มาร์ธเลือกปลอกนิ้วและประกอบอาชีพช่างเย็บผ้า
    อาชีพนี้ไม่ยากเย็นอะไร ขอเพียงมีหัวใจหนึ่งดวงกับเข็มหนึ่งเล่มก็พอแล้ว เป็นอาชีพที่ต้องรักและทำงานให้มากๆ  ณ ที่แห่งนี้  งานรักษาความรักไว้โดยให้นิ้วมือรับประกันอิสรภาพของหัวใจ
    เมื่อคราวอรุณรุ่งของชีวิต มาร์ธซบหน้าผากลงหว่างสองมือน้อยๆของเธอและกระโจนอย่างกล้าหาญลงในการคิดไตร่ตรองอันจริงจังที่สุด
    “ฉันสาว ฉันสวย และการจะได้ใส่ชุดผ้าไหม ผ้าลูกไม้ เครื่องเพชรพลอยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฉันเพียงคนเดียว  ฉันอาจจะได้มีชีวิตแสนสบาย กินอาหารเลิศรส  เดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถยนต์เท่านั้น ไม่ต้องทำอะไรเอาแต่นั่งเฉยๆตลอดทั้งวัน  หากวันหนึ่งหลังจากร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดและความเกลียดชังเพิ่มพ้นจนล้นปรี่ ฉันก็คงจะตื่นขึ้นมาในปลักตมและยินเสียงตัดพ้อของหัวใจ ฉันเชื่อฟังหัวใจของฉันนับแต่วันนี้เสียดีกว่า  ฉันอยากให้การเชื่อฟังหัวใจเท่านั้นชี้นำชีวิต  ฉันจะใส่เพียงกระโปรงผ้าอินเดียนเพื่อให้สามารถได้ยินเสียงหัวใจ ฉันจะปรึกษาหัวใจฉันเบาๆระหว่างช่วงเวลายาวนานขณะเย็บผ้าอยู่  ฉันต้องการมีอิสระที่จะรักคนซึ่งหัวใจฉันจะรัก”
     แล้วเด็กน้อยน่าเอ็นดูผู้นี้ก็เข้าเป็นพลเมืองของสาธารณรัฐแห่งหญิงสาวนักทำงานและนักรักตัวจริง ด้วยประการฉะนี้
     ตั้งแต่วันนั้น มาร์ธอาศัยอยู่ในห้องใต้หลังคาห้องเล็กๆที่แดดส่องจ้า คุณรู้จักห้องแบบนี้กันดี เป็นรังรักแบบที่พวกกวีบรรยายภาพไว้ สิ่งหรูหราหนึ่งเดียวในที่พักอาศัยแห่งนี้คือความสะอาดของห้องและความมีชีวิตชีวาซึ่งไม่มีวันจางหาย  ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องเป็นสีขาวเรืองรอง  เครื่องเรือนเก่าแก่เองก็ขับขานบทเพลงของวัยยี่สิบ
     เตียงนอนนั้นเล็ก ขาวโพลนราวกับเตียงตามหอพัก จะต่างก็แต่ตรงปลายสุดของคานรับน้ำหนักม่านมีรูปปั้นกามเทพกางปีกและอ้าแขนกว้างพยุงตัวติดอยู่  บนหัวเตียงมีรูปครึ่งตัวของเบรองเจร์กวีประจำห้องใต้หลังคาส่งยิ้มมา  ที่ฝาผนังติดภาพพิมพ์หินแกะเป็นรูปนกแก้วสีเหลืองกับสีน้ำเงินซึ่งเป็นรูปแกะจากเรื่องราวการเดินทางรอบโลกของนักเดินเรือดุมงต์ ดูร์วิลล์  ในชั้นวางของดารดาษด้วยชุดดินเผาและเครื่องแก้วอันเป็นของรางวัลที่ชิงมาได้ตามงานออกร้าน
     ต่อจากนั้นก็มีตู้ลิ้นชักหนึ่งหลัง ตู้เก็บจานหนึ่งตู้ โต๊ะหนึ่งตัวกับเก้าอี้สี่ตัว ห้องน้อยแห่งนี้มีเครื่องเรือนมากเกินควร
     เตียงนอนซึมเซายามเจ้านกน้อยไม่อยู่  ครั้นมาร์ธเข้ามา ห้องใต้หลังคาทั้งห้องก็พลันแย้มรอยยิ้ม เธอเป็นจิตวิญญานของจักรวาลแห่งนี้ และขึ้นอยู่ว่าเธอนั้นหัวเราะหรือร้องไห้ แสงแดดจึงจะส่องเข้ามาหรือไม่
     เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะตัวน้อย  เย็บผ้าพลางร้องเพลงคลอ และบรรดานกกระจอกตามหลังคาก็ขานรับเมื่อถึงท่อนสร้อย  เธออยากจะทำงานเสร็จไวๆ เธอรู้ว่ามีคนกำลังรอเธออยู่เนื่องจากวันรุ่งขึ้นเธอต้องพิชิตเนินเขาแวร์ริแยร์อันร่มรื่น
     ที่จริงแล้วหัวใจของเธอเอ่ยคำ และเธอได้ยินสิ่งที่หัวใจเธอบอกอย่างชัดเจน นี่ก็สองเดือนเข้าไปแล้วที่เธอเชื่อฟังมัน  เธอไม่เดียวดายบนโลกนี้อีกต่อไป เธอได้พบชายหนุ่มนิสัยดีคนหนึ่ง  ด้วยเธอเป็นหญิงสาวนิสัยดี เธอจึงปล่อยให้เขารักเธอและตัวเธอเองก็รักเขา  ดูเธอยามอยู่บนถนนสิ  มือข้างหนึ่งถือผลงานของตน กระโดดเบาๆข้ามทางน้ำไหลพลางยกกระโปรงที่คลุมข้อเท้าบอบบางขึ้น ก้าวย่างของเธอนั้นทั้งอาจหาญและหวาดหวั่น  เป็นความหวั่นไหวและหวาดกลัวของนกกระจอกแห่งสวนลุกซอมบูร์ เธอเป็นนกที่แคล่วคล่องอยู่ตามทางเดินเท้าในกรุงปารีสซึ่งเป็นทั้งผืนแผ่นดินและบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ  รอยยิ้มอ่อนโยน ท่าทางเด็ดเดี่ยว ความสง่างามแต่กำเนิดเช่นนี้ไม่มีให้เห็นที่อื่น เด็กน้อยเรียบง่ายและช่างเสสรวล ผู้มีขนปกกายอันเสงี่ยมเจียมตัวและความแจ่มใสที่ส่องสว่างของนกลาร์ก
     วันรุ่งขึ้น ช่างแสนสุขสมเสียนี่กระไรในราวป่าแวร์ริแยร์ ที่นั่นมีสตรอเบอรีและมวลดอกไม้ มีผืนพรมหญ้ากว้างใหญ่และพุ่มต้นไม้ใบดกหนา  มาร์ธเก็บเกี่ยวความสดใสสำหรับตลอดทั้งสัปดาห์ ดื่มด่ำอากาศแห่งเสรีภาพ ซาบซึ้งกับสีฟ้ากระจ่างของท้องฟ้าและสีเขียวครึ้มของใบไม้จนน้ำตารื้น  จนตกค่ำ เธอกลับออกมาจากที่นั่น ในมือหนึ่งถือกิ่งไลล่าขณะที่ในหัวใจมีความรักและความกล้าหาญเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
     เธอจัดแจงชีวิตงานการและความเสน่หาเช่นนี้เอง เธอรู้จักหาเลี้ยงชีพและถนอมตัวไว้สำหรับคนที่เธอเห็นว่าดีงาม
     ใครเล่าจะกล้าขู่กรรโชกเด็กน้อยผู้นี้  เธอให้มามากกว่าที่ได้รับไป ชีวิตของเธอมีศักดิ์ศรีจากความรักอันจริงแท้ ซึ่งเป็นหลักยึดถือให้กับการปฏิบัติงานที่ไม่มีหยุดหย่อน
     ร้องเพลงเถิด นกน้อยแสนงามวัยยี่สิบของเรา จงร้องเพลงให้พวกเราฟัง อย่างที่เจ้าร้องให้บิดาของพวกเราฟังมาก่อนหน้านี้ เหมือนที่เจ้าจะร้องให้บุตรชายของพวกเราฟังต่อไป  เจ้าจะอยู่ชั่วนิรันดร์ ด้วยเจ้านั้นเป็นเยาว์วัยและความรัก


หนูนาน ศิริพันธ์ แปล
  

 





7764  
 
 
 
 
 
 
 
All site contents copyright 2004 by Wanakam Dot Com